โรคพิษสุนัขบ้า



ไม่กี่วันมานี้หลายๆท่านคงได้ยินข่าวว่ามีการเตือนภัยว่ามีรายงานพบโรคพิษสุนัขบ้าระบาด หลายๆท่านก็เริ่มกังวลใจว่า เอ๊ะ! น้องหมาน้องแมวของเราจะเป็นโรคนี้หรือเปล่า แล้วเราจะติดได้หรือไม่ วันนี้เราเลยทีข้อมูลดีๆของโรคนี้มาฝาก และการปฏิบัติตนเมื่อโดนน้องหมาน้องแมวกัดมาฝากด้วยค่ะ

โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือบางคนก็เรียกว่าโรคกลัวน้ำ บางคนก็เรียกว่าโรคหมาบ้า เป็นโรคติดต่อสำคัญที่สามารถติดต่อได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะน้องแมว น้องหมา กระต่าย หนู ลิง กระรอก กระรอกบิน หมู วัว ควาย ค้างคาว ฯลฯ และรวมไปถึงมนุษย์อย่างเราๆด้วยนั่นเอง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง เมื่อไวรัสนี้ติดเข้าสู่ระบบประสาทแล้วไม่ว่าจะในคนหรือในสัตว์โอกาสเสียชีวิตจะมีสูงมาก โดยมากก็มักจะเสียชีวิตแทบจะร้อยเปอร์เซนต์ค่ะ

การติดต่อของโรคพิษสุนัขบ้า

การติดต่อขอโรคพิษสุนัขบ้าก็คือ การได้รับน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อผ่านเข้าร่างกายของสัตว์ตัวอื่น(หรือคน)ทางบาดแผล โดยมากจะมาจากแผลที่โดนกัดนั่นเอง รายงานการติดโรคพิษสุนัขบ้าที่พบมากที่สุดคือเกิดจากการโดนสุนัขและแมวกัด เคยมีกรณีที่มีรายงานว่าติดเชื้อเกิดจากการโดนค้างคาวที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้ากัดค่ะ

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า

เมื่อเชื้อพิษสุนัขบ้าเข้าสู่ร่างกายของคนและสัตว์ เชื้อจะเดินทางจากบาดแผลไปยังเซลล์ในระบบประสาท และเข้าไปยังระบบประสาทส่วนกลาง (ไขสันหลังและสมอง)ในที่สุด เมื่อเชื้อเดินทางถึงสมองคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้านี้ก็จะเริ่มแสดงอาการป่วยออกมาให้เห็น ระยะเวลาที่เชื้อเดินทางจากบาดแผลไปยังเซลล์ประสาทนี้จะมีตั้งแต่ภายใน 7 วันหลังจากโดนกัดจนถึงหลายอาทิตย์เลยก็ได้ (มีบางตำราเขียนไว้ว่าอาจใช้เวลามากกว่า 6 เดือนเลยก็มีค่ะ) ระยะเวลาตรงนี้จะแปรตามตำแหน่งบาดแผลที่โดนกัด (ยิ่งกัดใกล้หัว หรือสมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสแสดงอาการได้เร็ว) ปริมาณไวรัสที่เข้าสู่บาดแผล สายพันธุ์ของไวรัส และชนิด/อายุของสัตว์หรือคนที่ถูกกัดค่ะ

เราสามารถแบ่งอาการของโรคพิษสุนัขบ้าตามระยะของโรคได้ดังนี้

  1. Prodromal stage : ระยะนี้อาจกินเวลาประมาณ 1-2 วัน หรือบางทีอาจแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ โดยจะพบว่าสัตว์มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่นกระวนกระวาย เคี้ยวปากงับอากาศ หอนหรือร้องครางผิดปกติ บางตัวอาจพบว่ามีไข้ร่วมด้วย
  2. Furious stage : ระยะนี้จะกินเวลา 1-7 วัน อาการที่พบ คือ ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มองเห็นและได้ยินไวผิดปกติ กระวนกระวาย ประสาทรับความรู้สึกไวผิดปกติ (เช่นแสดงอาการร้องเจ็บ แค่โดนมือแตะตัวธรรมดา) กลัวแสง เคี้ยวปากงับอากาศ แสดงอาการก้าวร้าว หรือทำร้ายคนและสัตว์อื่นๆที่อยู่ใกล้ อาจพบอาการชักและเดินทรงตัวลำบากร่วมด้วยได้
  3. Paralytic (dumb) stage : น้องหมาหรือน้องแมวที่โดนกัดจะเข้าสู่ระยะนี้ในระยะเวลา 2-10 วัน หลังจากพบอาการผิดปกติ โดยจะพบอาการกลืนอาหารและน้ำลำบาก ร้องเสียงเปลี่ยนไป หนังตาชั้นที่3 โผล่ยื่นออกมา ม่านตาอาจขยายหรือหดก็ได้ มักจะพบอาการอ้าปากไม่ได้ มีน้ำลายไหลยืดมากผิดปกติ ต่อมาจะเริ่มพบอาการอัมพาตของส่วนหัวและคอ ตามมาด้วยอัมพาตที่ส่วนอื่นของร่างกาย สุดท้ายจะเกิดอัมพาตของระบบทางเดินหายใจและเสียชีวิตในที่สุด

การตรวจวินิจฉัย

ในสมัยก่อนนั้นการตรวจวินิจฉัยโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์นั้น จะทำได้โดยการผ่าซากและส่งตรวจเนื้อเยื่อสมองและระบบประสาท ซึ่งหมายความว่าสัตว์ต้องตายลงก่อนถึงจะตรวจได้ ซึ่งในหลายกรณีที่น้องหมาหรือน้องแมวยังไม่ตาย แต่มีความเสี่ยง ก็อาจจะต้องทำให้น้องหมาน้องแมวเหล่านั้นเสียชีวิต (การุณยฆาต) เสียก่อน และนำร่างไปตรวจหาเชื้อต่อไป วิธีนี้จึงมีข้อเสีย คือ ต้องรอผลจากแลปหลายวัน และในบางกรณีอาจทำให้เราต้องฆ่าน้องหมาน้องแมวโดยไม่จำเป็นอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้จึงอาจไม่เหมาะถ้าน้องหมายังไม่เสียชีวิตในช่วงที่เราต้องทำการตรวจค่ะ

แต่ในปัจจุบัน เรามีชุดตรวจสำเร็จรูปที่สามารถตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้าจากน้ำลายน้องหมาที่ต้องสงสัยได้ ซึ่งใช้เป็นตัวคัดกรองโรคได้ส่วนหนึ่ง ข้อดีก็คือ น้องหมายังไม่ตายก็สามารถตรวจได้ และใช้เวลาทราบผลไม่นาน (ประมาณ 10-30 นาที) ซึ่งในกรณีที่พบเจอน้องหมาที่ต้องสงสัยโรคพิษสุนัขบ้า สัตวแพทย์อาจจะใช้ชุดตรวจนี้เพื่อตรวจในเบื้องต้นก่อนค่ะ แต่ชุดตรวจสำเร็จรูปนี้ไม่ใช่การตรวจที่ยืนยันผลได้ 100% นะคะ

การรักษา

ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการรักษาใดที่ได้ผลในสัตว์ที่มีอาการป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว ในกรณีที่มีน้องหมาหรือน้องแมวมีอาการต้องสงสัยและมีประวัติทำวัคซีนไม่ครบหรือไม่มีประวัติวัคซีน ถ้าเจ้าของทำใจได้จะแนะนำให้ทำให้สุนัข/แมวเสียชีวิตไปเลย และนำร่างส่งตรวจหาไวรัส แต่ถ้าไม่สามารถทำใจได้ (ผู้เขียนก็คงเป็นหนึ่งในนั้น) ให้ทำการขังแยกไว้ในกรง และสังเกตอาการอย่างน้อย 6 เดือน ถ้าน้องหมา/น้องแมวไม่เสียชีวิต ให้ทำวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า 1 เดือนก่อนที่จะปล่อยน้องหมาหรือน้องแมวออกมาอยู่ตามปกติด้วยนะคะ

จะทำอย่างไรดีเมื่อน้องหมา/น้องแมวโดนกัด

            ถ้าน้องหมาหรือน้องแทวโดนสัตว์อื่นมากัด ให้ล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ หลังจากนั้นให้รีบพามาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบบาดแผลอีกที และทำการฉีดกระตุ้นวัคซีนพิษสุนัขบ้าหลังจากโดนกัดด้วย ควรขังแยกน้องหมาที่โดนกัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อสังเกตอาการด้วยนะคะ

หลายคนอาจมีคำถามว่า น้องหมาน้องแมวของเราทำวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าโดนน้องหมาหรือน้องแมวตัวอื่นมากัด ยังจำเป็นต้องทำวัคซีนพิษสุนัขบ้าหลังโดนกัดด้วยอีกหรือไม่ คำตอบคือ จำเป็นค่ะ เพราะถึงแม้จะเคยฉีดวัคซีนมาก่อน แต่ในบางกรณีภูมิคุ้มกันอาจไม่ขึ้น หรือไม่สูงพอป้องกันโรค การฉีดวัคซีนกระตุ้นหลังโดนกัด จะเพิ่มโอกาสให้น้องหมาหรือน้องแมวมีภูมิคุ้มกันดีกว่าค่ะ

ขอเล่าประสบการณ์ให้ฟังเคสนึงนะคะ ผู้เขียนเคยเจอเคสว่ามีน้องหมาจรจัดแสดงอาการดุร้าย มาไล่กัดน้องหมาตัวอื่น แล้วก็ไปกัดน้องหมาอัลเซเชี่ยนที่มีเจ้าของตัวหนึ่งเข้า เจ้าของน้องหมาก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเห็นว่าน้องหมาทำวัคซีนพิษสุนัขบ้ามาแล้ว เวลาผ่านไปประมาณ 10 วัน น้องหมาอัลเซเชี่ยนก็เริ่มแสดงอาการก้าวร้าว กัดเจ้าของและน้องหมาตัวอื่นในบ้าน และอีกสองสามวันก็ตายลง เจ้าของเลยเพิ่งมากังวลเรื่องโรคพิษสุนัขบ้า จึงค่อยพาตัวเองและน้องหมาอีกตัวไปฉีดวัคซีน และผลผ่าซากออกมาก็พบว่าน้องหมาอัลเซเชี่ยนป็นโรคพิษสุนัขบ้าจริงๆ ทำเอาเจ้าของระแวงว่าตัวเองกับน้องหมาอีกตัวจะเป็นโรคนี้ไปด้วยหรือไม่อยู่อีกเป็นเดือนเลยล่ะค่ะ

ถ้าเรา(มนุษย์)โดนน้องหมาหรือน้องแมวกัด ควรจะทำอย่างไร

            ถ้าเราโดนน้องหมาหรือน้องแมวกัด ให้รีบล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ และรีบไปพบแพทย์ (หมายถึงคุณหมอรักษาคน ส่วนสัตวแพทย์รักษาคนไม่ได้นะคะ) เพื่อทำการตรวจบาดแผลและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า/วัคซีนกันบาดทะยัก จำไว้ว่าไม่ว่าน้องหมา/น้องแมวที่กัดเราจะมีเจ้าของหรือจะเคยทำวัคซีนมาแล้วหรือไม่ก็ตาม เราก็ต้องไปทำวัคซีนหลังจากโดนกัดด้วยนะคะ

บางคนมีคำถามว่าถ้าแค่โดนข่วนล่ะ จำเป็นจะต้องทำวัคซีนหรือไม่ คำตอบ คือ แล้วแต่กรณี ถ้าเป็นน้องหมาหรือน้องแมวที่มีประวัติวัคซีนครบ และบาดแผลจากการข่วนไม่ได้โดนน้ำลาย ก็อาจไม่จำเป็นต้องทำวัคซีน แต่ถ้าบาดแผลนั้นโดนน้ำลายของน้องหมา/น้องแมว ก็อาจต้องทำวัคซีนด้วยค่ะ ทั้งนี้ควรปรึกษาคุณหมอดูอีกทีเพื่อความแน่นอนนะคะ

ในกรณีที่น้องหมา/แมวที่มากัดเราหรือน้องหมา/แมวของเรานั้นเป็นสัตว์จรจัด อาจจำเป็นต้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวก้องกับการควบคุมโรคระบาดจากสัตว์สู่คน หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและจับสัตว์จรจัดไปขังเพื่อดูอาการด้วย และควรแจ้งคนที่อยู่บริเวณนั้นๆ เพื่อให้ระวังตัวด้วยค่ะ

Blog ที่เนื้อหาคล้ายกัน

Leave a reply