น้องหมาไม่ชอบขึ้นรถ



น้องหมาหลายตัวอาจจะชอบออกไปเที่ยวนอกบ้าน ขึ้นรถไปหาหมอ หรือไปเที่ยวโน่นนี่กับเจ้าของอยู่ประจำ แต่ก็มีน้องหมาหลายตัวที่ไม่ชอบการขึ้นรถเอาเสียเลย (โดยเฉพาะเวลาพามาหาหมอ!) พาขึ้นรถทีไร ก็ตัวสั่น น้ำลายไหลยืด หน้าตาเครียด บางตัวก็อาเจียนทุกครั้งที่ขึ้นรถ หรือน้องหมาบางตัวไม่ได้กลัวการขึ้นรถ แต่พอขึ้นรถทีไรจะมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น กระวนกระวาย นั่งเฉยๆไม่ได้ เห่าโวยวายตลอดวลาที่ขึ้นรถ  ทำไมน้องหมาถึงเป็นอย่างนี้ได้ และจะแก้ไขได้อย่างไร เรามีคำตอบให้คุณผู้อ่านกันค่ะ

สาเหตุ

  • ตื่นเต้น หรือกลัวมากๆ เช่น น้องหมาบางตัวจะรู้สึกว่าเวลาขึ้นรถทีไร จะต้องโดนพาไปหาหมอ โดนฉีดยา เจ็บตัวทุกครั้ง จึงเกิดการฝังใจกลัวว่า ถ้าขึ้นรถเมื่อไหร่จะต้องไปเจ็บตัวแน่ น้องหมาเลยแสดงอาการกลัวการขึ้นรถ
  • เมารถ มีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ทุกครั้งที่ขึ้นรถ จึงไม่ชอบนั่งรถไปไหน โดยเฉพาะรถแอร์
  • น้องหมาตื่นเต้นกับสิ่งที่ต่างๆที่เห็น เวลาขึ้นรถ จะพบได้มาก ในน้องหมาที่มีนิสัยไฮเปอร์ หรือน้องหมาที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหน จึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้พบเห็นใหม่ๆมาก
  • น้องหมาพยายามแสดงว่าตัวเองเป็นเจ้าของรถ หวงรถ เวลาใครเดินมาเฉียดรถก็จะเห่าโวยวาย ขู่ แสดงความเป็นเจ้าของ ประกาศอาณาเขตเต็มที่

การแก้ไข

  • ฝึกน้องหมาให้คุ้นกับการขึ้นรถ
  • เริ่มฝึกจากหาผ้าขนหนูหรือแผ่นรองที่จะไว้ใช้รองให้น้องหมานั่งเวลาขึ้นรถ เอามาวางไว้ในบ้านหรือห้องก่อน และเรียกให้น้องหมามานั่งที่ผ้าหรือแผ่นรองที่เราเตรียมไว้ ฝึกให้น้องหมาอยู่นั่งบนแผ่นนี้ อาจให้ขนมหรือของเล่นเป็นรางวัลเมื่อน้องหมายอมนั่ง ฝึกจนน้องหมาสามารถนั่งเฉยๆบนแผ่นรองได้ประมาณ 10 นาที ทำซ้ำๆประมาณ 1-2 อาทิตย์
  •  เริ่มเอาแผ่นรองหรือผ้าขนหนูที่ใช้ฝึกน้องหมาไปวางในรถ และเรียกให้น้องหมาเข้าไปนั่งบนแผ่นรองนั้น โดยที่ยังไม่ต้องสตาร์ทรถ ฝึกจนน้องหมาเริ่มไม่แสดงอาการกระวนกระวายเมื่ออยู่ในรถ จากนั้นเริ่มสตาร์ทรถ และขับรถในระยะทางสั้นๆ และค่อยๆเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นเรื่อยๆค่ะ
  • ในกรณีที่น้องหมามีปัญหาเมารถ รางวัลที่ใช้ฝึกน้องหมาไม่ควรเป็นขนม เพราะยิ่งให้น้องหมากินขนม ยิ่งอาจทำให้น้องหมามีอาการอาเจียน คลื่นไส้มากขึ้นได้ ในกรณีนี้ควรให้รางวัลเป็นคำชมหรือของเล่นที่น้องหมาชื่นชอบจะดีกว่าค่ะ
  • น้องหมาที่มีปัญหาเมารถ นั่งรถแล้วจะอาเจียน ในบางรายใช้วิธีฝึกให้ค่อยๆคุ้นกับการขึ้นรถ ใช้เวลาอยู่บนรถทีละน้อยและค่อยๆเพิ่มเวลา ก่อนขึ้นรถ 2-3 ชั่วโมงไม่ควรให้กินอาหาร ถ้าจำเป็นให้กินอาหารเบาๆเล็กน้อยได้ เพื่อลดโอกาสที่น้องหมาจะอาเจียนอาหารที่กินเข้าไประหว่างที่อยู่ในรถ เมื่อฝึกไปเรื่อยๆน้องหมาจะค่อยๆปรับตัวให้ชินกับการนั่งรถให้นานขึ้นได้ แต่ถ้าน้องหมายังมีอาการอาเจียนอยู่ อาจจำเป็นต้องให้ยาในกลุ่มแก้แพ้ แก้เมารถ ซึ่งสามารถไปปรึกษาและขอซื้อยานี้กับสัตวแพทย์ที่อยู่ใกล้ๆบ้านได้ค่ะ
  • ถ้าน้องหมามีนิสัยชอบกระโดดออกจากรถโดยไม่รอเจ้าของ ก็ควรจะมีอุปกรณ์เพื่อทำให้แน่ใจว่าเมื่อเราเปิดประตูรถแล้วน้องหมาจะไม่สามารถกระโดดออกจากรถได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้องหมาได้รับอันตราย เช่น ใส่สายจูงหรือมีคนคอยจับน้องหมาไว้ หรืออาจจะเอาน้องหมาใส่ตะกร้าที่มีฝาปิด กระเป๋าน้องหมา หรือกรงสำหรับใส่น้องหมาเพื่อเดินทางค่ะ

แถมท้าย….คำแนะนำในการดูแลน้องหมาระหว่างเดินทาง

  • ถ้าเป็นการเดินทางที่ใช้เวลานาน ควรนำน้องหมาใส่กรง กระเป๋า หรือตะกร้าที่มีฝาปิดสำหรับเดินทาง จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้น้องหมาและเจ้าของในช่วงระหว่างเดินทางได้ค่ะ และการเลือกกรงหรือกระเป๋าใส่น้องหมานั้น ควรเลือกขนาดที่กว้างพอให้น้องหมาขยับลุกขึ้นยืน นั่ง หรือนอนได้ และมีสามารถถ่ายเทระบายอากาศได้ดี
  • ถ้าพาน้องหมาไปค้างคืนที่อื่น อุปกรณ์สำหรับน้องหมาที่ควรนำไปด้วย ได้แก่ อาหาร ชามอาหาร น้ำดื่ม สายจูง แผ่นรองนั่งในรถ ที่เก็บอึ ถุงพลาสติก ยา (ถ้ามี) หวีหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดตัวน้องหมา (ในกรณีที่ไปหลายวัน)
  • เตรียมน้ำดื่มไว้ใกล้ตัวน้องหมา ถ้าต้องเดินทางเป็นเวลาหลายชั่วโมง ระหว่างแวะพักจอดรถ ควรให้น้องหมาจิบน้ำดื่มบ้าง เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • อย่าลืมหาป้ายห้อยคอที่ระบุชื่อน้องหมา ชื่อเจ้าของ และเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ที่ติดต่อกลับได้มาใส่ให้น้องหมาด้วย เผื่อในกรณีที่เกิดการพลัดหลงกันจะได้ตามหาตัวกันได้ง่ายขึ้นค่ะ
  • อย่าปล่อยให้น้องหมายื่นหัวออกมาจากตัวรถ โดยเฉพาะเวลาที่รถกำลังวิ่งอยู่ เพราะอาจเกิดอันตรายกับน้องหมาได้
  • อย่าทิ้งน้องหมาไว้ในรถตามลำพังขณะที่จอดรถไว้ยังจุดพักรถ หรือแวะซื้อของตามจุดต่างๆ แม้ว่าเราจะเปิดหน้าต่างไว้ เพราะในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี และถ้ามีอากาศร้อน อาจโน้มนำให้น้องหมาเกิดภาวะ Heat stroke (ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายขึ้นสูงมากผิดปกติ และอาจทำให้อวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว จนช๊อคและเสียชีวิตได้
  • ถ้าคุณเจ้าของมีความจำเป็นที่จะต้องพาน้องหมาเดินทางไปด้วยรถบ่อยๆ ขอแนะนำว่าให้หาแผ่นคลุมเบาะกันน้ำซึมมาคลุมเบาะรองนั่ง หรือบริเวณที่ให้น้องหมานั่งในรถ และปูแผ่นยางรองพื้นรถด้วย เพื่อให้สามารถทำความสะอาดรถของคุณได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ

ที่มา:

Blog ที่เนื้อหาคล้ายกัน

Leave a reply