น้องหมาเป็นเชื้อรา

 น้องหมาเป็นเชื้อรา dog_with_ringworm

                โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อราในสัตว์เลี้ยงนั้น ในภาษาอังกฤษโดยทั่วๆไปเราจะเรียกว่า Ringworm เพราะลักษณะรอยโรคที่พบมักจะเจอลักษณะขนร่วงหรือการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังแบบเป็นวงๆ (= Ring) ส่วนคำว่า Worm ไม่ได้แปลว่าหนอนแต่อย่างใดนะคะ 

สาเหตุการเกิดโรค อาการและการติดต่อ

โรคผิวหนังจากเชื้อราในน้องหมาเกิดจากเชื้อใน 3 กลุ่มดังนี้ คือ

  • Microsprorum spp.
  • Trichophyton spp.
  • Epidermophyton spp.

ลักษณะการก่อโรคนั้น เชื้อราเหล่านี้จะใช้เคราติน (keratin) ที่ผิวหนังเป็นอาหาร ดังนั้นส่วนที่มีเคราตินเยอะๆ จึงมักจะจุดที่มีการติดเชื้อรา ได้แก่ เส้นขน และเล็บนั่นเอง โดยลักษณะอาการที่พบในน้องหมาค่อนข้างหลากหลาย อาจจะคันหรือไม่คันก็ได้ มักจะมีขนร่วง ผิวหนังอักเสบเป็นจุดๆ มีสะเก็ดปกคลุมเยอะ ไม่จำเป็นว่าต้องมีรอยโรคเป็นวงๆอย่างชื่อในภาษาอังกฤษเสมอไปนะคะ ตำแหน่งที่มักพบอาการได้แก่ หัว หู หาง และเท้าหน้า แต่ในรายที่รุนแรงก็อาจพบอาการได้ทั้งตัวเลยก็ได้ค่ะ

การติดต่อของโรคนี้นั้นเกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับน้องหมาหรือสัตว์อื่นที่เป็นเชื้อราหรือที่เป็นพาหะ (มีเชื้อราอยู่กับตัวแต่ไม่มีอาการทางผิวหนังให้เห็น) หรืออาจจะติดจากสปอร์เชื้อราที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม/ข้าวของเครื่องใช้ เช่น หวี ที่นอน เสื้อผ้า เป็นต้น

นอกจากนี้เชื้อราพวกนี้ยังสามารถติดไปติดมาระหว่างคน น้องหมา น้องแมว กระต่ายหรือหนูได้ด้วยนะคะ โดยเฉพาะในแมวนั้น เราพบว่าน้องแมวหลายตัวเป็นพาหะของโรคเชื้อราได้ ดังนั้นถ้าเราเลี้ยงน้องแมวที่เป็นพาหะปนอยู่กับน้องหมาก็อาจทำให้น้องหมาและเจ้าของติดเชื้อราได้นะคะ แต่ทั้งนี้การมีเชื้อราอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรือมีน้องหมาตัวหนึ่งในบ้านเป็นเชื้อราอยู่ ก็ไม่ได้แปลว่าเจ้าของหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆจะต้องติดไปด้วย การจะติดหรือไม่ติดเชื้อรานั้น มีปัจจัยแวดล้อมเป็นตัวกำหนดอยู่ด้วย คือ ความสะอาดของตัวเจ้าของและในสิ่งแวดล้อมที่เลี้ยง ถ้าเจ้าของรักษาความสะอาดสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้เสื้อผ้าหรือเครื่องเรือนหมักหมม หมั่นนำไปซัก ทำความสะอาดและตากแดดก็จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อราได้ และยังขึ้นอยู่กับระดับภูมิคุ้มกันของเจ้าของหรือน้องหมาตัวอื่นๆด้วย ถ้ามีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นในคนที่เป็นเอดส์ คนหรือน้องหมาที่ยังเด็ก หรืออายุมาก ก็มีโอกาสติดเชื้อราได้มากกว่า

การตรวจวินิจฉัยและการรักษา

 

การวินิจฉัยโรคนี้นั้น สัตวแพทย์จะใช้วิธีการตรวจดูรอยโรค ใช้ไฟพิเศษสำหรับตรวจเชื้อราส่องตามตัวน้องหมา เอาเส้นขนไปส่องตรวจหาสปอร์เชื้อรา และอาจจะต้องนำเส้นขนและสะเก็ดผิวหนังไปเพาะเชื้อราด้วยก็ได้ ในกรณีที่ต้องทำการเพาะเชื้อรา อาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการทราบผลค่ะ

การติดเชื้อราที่ผิวหนังในน้องหมานั้น พบว่าในบางเคสสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่มักใช้เวลานานและเป็นโรคที่ติดไปยังเจ้าของและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นในบ้านได้ ดังนั้นจึงควรรักษาการติดเชื้อราในน้องหมาด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  • การใช้ยากิน ยากินที่นิยมใช้ในการรักษาเชื้อราน้องหมานั้นมีสองแบบ คือ ยาที่ใช้กินทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง แล้วแต่ตัวยาและความสะดวกในการป้อน เป็นยาที่ได้ผลดีมากในการรักษาเชื้อรา มีข้อเสีย คือ ไม่ควรใช้ในลูกสัตว์อายุน้อยกว่า 2 เดือน และอาจมีผลข้างเคียงต่อเซลล์ตับได้ ถ้ากินต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ส่วนยาอีกแบบจะเป็นยาที่ใช้ป้อน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง โดยยาตัวนี้จริงๆแล้วเป็นยาที่ใช้กำจัดหมัด แต่พบว่าได้ผลกับเชื้อราดีในระดับหนึ่งด้วย คือ ได้ผลในการรักษาประมาณ 70% ยานี้อาจเหมาะกับในรายน้องหมาที่กินยายาก เพราะไม่ต้องป้อนยาทุกวันค่ะ
  • การอาบน้ำด้วยแชมพูยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา ได้แก่ คีโตโคนาโซลแชมพู ไมโคนาโซลแชมพู อีนิลโคนาโซลแชมพู ซึ่งโดยมากจะเป็นแชมพูยาที่สัตวแพทย์จ่ายมาให้  โดยใช้ทุก 4-7 วัน เวลาอาบน้ำด้วยแชมพูยา ควรฟอกทิ้งไว้อย่างน้อย 5-10 นาทีแล้วค่อยล้างน้ำออก เพราะถ้าเราฟอกแล้วล้างออกเลย แชมพูอาจจะยังไม่ทันได้ออกฤทธิ์กับเชื้อรา เมื่อเราไปล้างออกเร็วไป ทำให้การใช้แชมพูยาไม่ได้ผลก็ได้ นอกจากนี้อาจมีน้ำยาไลม์ ซัลเฟอร์ มาอาบราดช่วยในการฆ่าเชื้อราก็ได้ การใช้ไลม์ ซัลเฟอร์นั้นเมื่อเอามาราดตัวน้องหมาแล้ว ไม่ต้องล้างออกนะคะ ไลม์ ซัลเฟอร์มีข้อดีคือ ใช้ได้ในลูกสัตว์อายุน้อยแต่มีข้อเสีย คือมีกลิ่นเหม็น และอาจทำให้น้องหมาที่มีสีขนอ่อนหรือสีขาวมีสีขนเปลี่ยนได้ ควรใช้แชมพูยาฆ่าเชื้อรานี้กับน้องหมาทุกตัวในบ้านนะคะ แม้ว่าจะเป็นตัวที่ไม่ได้ติดเชื้อรา เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อไปยังตัวที่เหลือในบ้านค่ะ
  • การตัดขนให้สั้น ในกรณีที่น้องหมาขนยาว อาจพาน้องหมามาตัดขนให้สั้น เพื่อให้ลดความอับชื้นที่เส้นขน ซึ่งความชื้นจะช่วยทำให้เชื้อราเจริญได้ดี และช่วยกำจัดเส้นขนที่ติดเชื้อออกไป นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เวลาอาบแชมพูยาสัมผัสผิวหนังและโคนเส้นขนได้ดีขึ้นและทำให้ประหยัดแชมพูยา ซึ่งมักมีราคาแพงกว่าแชมพูทั่วๆไปมาก แต่ต้องระวังเวลาตัดขนนิดนึงนะคะ หลังจากเอาอุปกรณ์ตัดขนมาตัดขนน้องหมาที่เป็นเชื้อราแล้ว ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่อุปกรณ์ด้วย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อที่อาจติดไปยังน้องหมาตัวอื่นได้ หรืออุปกรณ์ตัดขนชิ้นใดที่สามารถทิ้งได้ ก็ให้ทิ้งไปเลย ไม่นำมาใช้ต่อดีกว่าค่ะ
  • สมุนไพร ในปัจจุบันพบว่ามีสมุนไพรในบ้านเราที่ได้ผลดีพอควรในการกำจัดเชื้อรา ได้แก่ แชมพูทำจากสมุนไพรที่ชื่อ ทองพันชั่ง
  • การกำจัดเชื้อที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการรักษาเชื้อรา เพราะสปอร์ของเชื้อราสามารถทนทานในสิ่งแวดล้อมได้ถึง 18 เดือนเลยนะคะ ถ้าเราไม่กำจัดสปอร์ในสิ่งแวดล้อมไปด้วย ก็อาจทำให้มีการติดเชื้อซ้ำอีกก็ได้ น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์ฆ่าสปอร์เชื้อราที่หาได้ง่ายๆก็คือ น้ำยาซักผ้าขาวที่ส่วนผสมของไฮโปคลอไรท์ มาเจือจางกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:16 แล้วเช็ดถูหรือพ่นตามบ้านเรือน และควรใช้เครื่องดูดฝุ่นมาทำความสะอาดตามพื้น พรม หรือเครื่องเรือนต่างๆ เพื่อดูดสปอร์เชื้อราในสิ่งแวดล้อมออกไปด้วยค่ะ

Blog ที่เนื้อหาคล้ายกัน

Leave a reply