การคุมกำเนิดน้องหมา

การคุมกำเนิดน้องหมาปัญหาหนึ่งสำหรับเจ้าของน้องหมาที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ก็คือ กลัวน้องหมาจะมีลูก เพราะให้เลี้ยงหลายๆตัวก็คงไม่ไหว วันนี้ชุมชนคนรักสุนัขจึงนำข้อมูลเรื่อววิธีการต่างๆในการคุมกำเนิดน้องหมามาฝากกันค่ะ

 

 

 

 

เพศผู้

  1. การผ่าตัดการผ่าตัดในน้องหมาเพศผู้จะต้องทำการวางยาสลบก่อน ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้
    1. การผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออกไป (Castration)
      วิธีการนี้ตัดเอาลูกอัณฑะทั้งสองข้างออกไปเลย เป็นการคุมกำเนิดที่ไม่สามารถกลับมาแก้หมันได้ ข้อดี คือ เป็นการคุมกำเนิดที่ได้ผล 100% สุนัขหลายตัวมีความก้าวร้าวลดลง และหมดอารมณ์ทางเพศ เนื่องจากลูกอัณฑะนั้นนอกจากสร้างตัวอสุจิแล้ว ยังทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศที่กระตุ้นให้สุนัขเพศผู้มีความก้าวร้าว ชอบกัดกัน ส่งผลให้นิสัยเรียบร้อยขึ้นแต่ก็ไม่ทุกตัวนะคะ เพราะความก้าวร้าวในน้องหมาบางตัวก็เป็นผลมาจากการเลี้ยงดู สิ่งแวดล้อมและพันธุกรรมด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ในอนาคตได้ เช่น เนื้องอกที่ลูกอัณฑะ ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น ส่วนข้อเสียคือ น้องหมาที่ทำหมันมักจะมีนิสัยเฉื่อยชาลงและอ้วนง่ายขึ้น
    2. การผ่าตัดผูกท่อนำน้ำเชื้อ (Vasectomy)
      วิธีการนี้จะไม่ตัดเอาลูกอัณฑะออก แต่จะใช้วิธีผูกและตัดท่อนำน้ำเชื้อ ทำให้อสุจิที่ผลิตออกมาไม่สามารถผ่านลงไปยังอวัยวะเพศได้ ข้อดีก็ คือ ลูกอัณฑะยังคงอยู่ทำให้ยังมีแหล่งผลิตฮอร์โมนเพศชายยังมีเหมือนก่อนผ่าตัด ทำให้รูปร่างของสุนัขไม่เปลี่ยนไปอ้วนขึ้น สุนัขจะยังร่าเริงกระฉับกระเฉง ไม่เฉื่อยชา แต่ก็ทำให้มีข้อเสียคือ ปัญหาความก้าวร้าวจากฮอร์โมนเพศไม่ลดลง สุนัขจะยังพยายามขึ้นขี่สุนัขเพศเมียซึ่งอาจทำให้ติดโรคจากเพศสัมพันธุ์ได้ เช่น โรคเนื้องอกที่อวัยวะเพศบางชนิด (VG) และยังคงนิสัยปัสสาวะเพื่อบอกอาณาเขต มีโอกาสพบได้บ้างว่านอกจากนี้โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์หลายโรคก็ยังมีโอกาสเกิดได้ ดังนั้นแล้วโดยมากสัตวแพทย์จะไม่นิยมแนะนำให้สุนัขผ่าตัดทำหมันด้วยวิธีการนี้ค่ะ
  2. การฉีดยา
    ถ้าใครยังพอจำข่าวได้ เมื่อประมาณปีที่แล้ว มีข่าวออกมาว่ามียาฉีดเข้าไปที่อัณฑะของสุนัขเพศผู้ ก็จะทำให้สุนัขเป็นหมัน ซึ่งหลักการของยาตัวนี้ก็คือ จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อของอัณฑะทำให้ผลิตอสุจิไม่ได้ แต่ยังอาจมีการสร้างฮอร์โมนเพศและน้ำเชื้อบางส่วนได้อยู่บ้าง ข้อดีคือ สุนัขไม่จำเป็นต้องวางยาสลบ (แต่อาจต้องฉีดยาซึมบ้างในกรณีที่น้องหมาค่อนข้างดุและไม่ยอมให้จับง่ายๆ) ทำได้รวดเร็ว ไม่ต้องมีการดูแลแผลหลังการผ่าตัด สุนัขไม่อ้วน ไม่เฉื่อย เพราะยังมีฮอร์โมนเพศอยู่ ส่วนข้อเสีย คือ ประสิทธิภาพของยานั้นไม่ 100% บางรายฉีดไปแล้วก็ยังไปผสมติดได้เนื่องจากเนื้อเยื่อบางส่วนอาจไม่โดนยาทำลาย ทำให้สามารถผลิตตัวอสุจิได้อยู่ ความก้าวร้าวจากฮอร์โมนเพศ, พฤติกรรมขึ้นขี่และการปัสสาวะเพื่อบอกอาณาเขตจะยังมีอยู่ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เจ้าของโดยมากมักไม่อยากให้มีอยู่แล้ว ในปัจจุบันยานี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในไทยนัก ตามคลีนิคและโรงพยาบาลสัตว์ยังไม่นิยมใช้ เนื่องจากโดยมากสุนัขที่มีเจ้าของเลี้ยงดูหลายท่านเอาน้องหมาเพศผู้มาให้ทำหมัน เพราะปัญหาพฤติกรรมมากกว่าค่ะ ส่วนตัวของผู้เขียนนั้นคิดว่ายานี้ เหมาะสำหรับใช้ในเคสควบคุมประชากรน้องหมาจรจัดที่ไม่มีเจ้าของมากกว่าค่ะ

เพศเมีย

  1. การผ่าตัด
    การผ่าตัดทำหมันในน้องหมาเพศเมียที่ถูกต้องนั้นจะเป็นการผ่าตัดเอารังไข่และมดลูกออกไป (Ovariohysterectomy) การผ่าตัดแบบนี้มีข้อดีคือ ป้องกันการตั้งท้องได้ 100% การตัดเอารังไข่ที่ผลิตไข่และฮอร์โมนเพศออกไป ทำให้น้องหมาเพศเมียไม่กลับเข้าสู่วงจรการเป็นสัดอย่างถาวร (ไม่เป็นเมนส์อีกต่อไปนั่นเอง) ทำให้เจ้าของหลายท่านไม่ต้องกังวลว่าน้องหมาจะเป็นสัดอีกเมื่อไหร่ มีรายงานด้วยว่าน้องหมาที่ทำหมันแล้วมีโอกาสเกิดเนื้องอกเต้านมน้อยกว่าน้องหมาที่ยังไม่ทำหมันหลายเท่า เพราะพบว่าฮอร์โมนเพศมีผลให้เนื้องอกเต้านมบางชนิดเจริญเติบโตได้ดี ส่วนการตัดเอามดลูกออกจะทำให้ลดโอกาสการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับมดลูกไปได้ เช่น โรคมดลูกอักเสบ เป็นต้น ส่วนข้อเสีย คือ หลังทำหมันน้องหมามักจะมีนิสัยเฉื่อยชาและมีแนวโน้มอ้วนง่ายขึ้น*** การผ่าตัดทำหมันเพศเมีย ถ้าทำแบบไม่ตัดมดลูกและรังไข่ออกทั้งคู่จะไม่แนะนำนะคะ เพราะถ้าตัดแต่รังไข่แต่ไม่ตัดมดลูกออก พบว่าหลายรายสามารถเป็นมดลูกอักเสบได้ ซึ่งการรักษาก็ต้องมาผ่าตัดเอามดลูกออกอยู่ดี ส่วนการตัดมดลูกแต่ไม่ตัดรังไข่ออกก็ไม่แนะนำ เพราะถ้ายังมีรังไข่อยู่น้องหมาจะยังเข้าสู่วงจรการเป็นสัดได้เหมือนตอนยังไม่ทำหมัน ทำให้น้องหมามีโอกาสโดนสุนัขเพศผู้ขึ้นขี่ได้ ซึ่งอาจทำให้น้องหมาติดโรคบางโรคจากการผสมพันธุ์ได้ เช่น โรคเนื้องอก VG โรคปากมดลูกอักเสบ เป็นต้น
  2. การใช้ยาคุม
    1. ยาคุมแบบฉีด ยาคุมกำเนิดแบบฉีดในบ้านเราปัจจุบันนั้นมี 2 แบบ คือ
      1. (a) ยาคุมที่ใช้ฉีดก่อนผสม ใช้ฉีดกับน้องหมาก่อนเข้าวงจรการเป็นสัด (ก่อนเป็นเมนส์) ในท้องตลาดบ้านเรามี 2 ตัวยา ตัวแรกจะเป็นยา Medroxyprogesterone จะเป็นยาคุมแบบเดียวกับที่ใช้ในคนด้วย ซึ่งยาคุมตัวนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูก ฉีด 1 ครั้งคุมกำเนิดได้ประมาณ 6 เดือน แต่ข้อเสีย คือ พบว่าโอกาสโน้มนำให้เกิดโรคมดลูกอักเสบแบบเป็นหนองได้สูงกว่ายาตัวอื่นโดยเฉพาะในเคสที่ฉีดยาตัวนี้ผิดระยะ คือ มาฉีดในช่วงที่เริ่มเข้าวงจรหรือในช่วงที่เริ่มมีเมนส์แล้วนั่นเอง ส่วนยาคุมอีกตัว คือ Proligestone ยาตัวนี้จะมีค่าใช้จ่ายแพงกว่ายาตัวแรกหลายเท่า แต่มีความปลอดภัยในการใช้สูงกว่า เพราะพบว่ามีโอกาสเกิดมดลูกอักเสบได้น้อยกว่า (แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดมดลูกอักเสบเลยนะคะ) และสามารถฉีดได้ในช่วงแรกๆของการเป็นสัด ส่วนตัวของผู้เขียนจะไม่ค่อยแนะนำให้ฉีดยาคุม เพราะเคยเจอมาหลายเคสมากว่าเป็นมดลูกอักเสบหลังฉีดยาคุม แม้ว่าจะฉีดถูกระยะก็ตาม และในเคสที่แย่ที่สุดคือ เจ้าของบางท่านไม่รู้ว่าน้องหมาไปผสมมาและตั้งท้องอยู่ แล้วไปฉีดยาคุม ซึ่งจะทำให้ลูกสุนัขในท้องไม่เสียชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาคลอด แม่สุนัขจะไม่เบ่งคลอด และทำให้เกิดลูกตายในท้อง ถ้าตรวจพบช้าเกินไปและผ่าตัดไม่ทัน ก็ทำให้น้องหมาตัวนั้นเสียชีวิตได้ค่ะ
      2. (b) ยาคุมแบบฉีดหลังจากผสมหรือยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน เป็นฮอร์โมนที่ใช้ฉีดหลังผสม เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนฝังตัว ใช้ในกรณีที่น้องหมาไปผสมมาแล้ว แต่เจ้าของไม่ต้องการให้มีลูก ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด อยู่ที่ประมาณ 80-90% โดยควรจะฉีดภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากโดนผสม เพราะถ้านานเกินกว่านี้อาจทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ผลลดลง และห้ามปล่อยสุนัขให้ไปมีโอกาสผสมพันธุ์ในวงรอบครั้งนั้นได้อีก ยาคุมแบบนี้เองมีผลข้างเคียงหลายอย่าง ได้แก่ กดไขกระดูก ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และยังอาจโน้มนำให้เกิดมดลูกอักเสบได้ ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ในการคุมกำเนิดค่ะ
    2. ยาคุมแบบกิน ยาคุมแบบกินสำหรับสุนัขโดยเฉพาะนั้น ในเมืองไทยยังไม่มีบริษัทนำเข้ามาจำหน่ายค่ะ มี 2 ตัวยา ยาแรกคือ Mibolerone ลักษณะเป็นยาน้ำ โดยให้กินทุกวันประมาณ 30 วัน เริ่มกินก่อนน้องหมาเข้าสู่วงจรการเป็นสัด ซึ่งจุดนี้เป็นข้อเสียของยานี้ เพราะเป็นการยากที่จะกำหนดวันที่เริ่มให้กินยา เนื่องจากเจ้าของบางท่านก็ไม่ได้บันทึกวันที่เป็นสัดในครั้งก่อนๆไว้ และน้องหมาบางตัวอาจมีความคลาดเคลื่อนของวงรอบการเป็นสัดได้ ยาอีกตัว คือ Megaestrol acetate โดยเริ่มให้กินเมื่อสุนัขเริ่มเข้าวงจรการเป็นสัด ยาทั้งสองตัวนี้ก็มีผลข้างเคียงกับตัวสุนัขทั้งคู่ คือ เพิ่มโอกาสติดเชื้อในมดลูก อาจกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกเต้านม และอาจเป็นพิษต่อตับได้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดแบบนี้เท่าไหร่นัก ในบ้านเรานั้น ผู้เขียนเคยเจอหลายครั้งเลยค่ะว่าเจ้าของบางท่านเอายาคุมแบบกินของคนป้อนสุนัข ซึ่งลักษณะและระยะเวลาของการเป็นสัดในน้องหมาต่างกับในคน การเอายาคุมของคนมาใช้ทำให้เราไม่สามารถบอกผลของการเอามาใช้คุมกำเนิดในสุนัขได้ และยาคุมกำเนิดเหล่านี้มักเป็นฮอร์โมนซึ่งมีผลต่อผนังมดลูก และอาจทำให้เกิดมดลูกอักเสบแบบติดเชื้อตามมาได้ค่ะ

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการคุมกำเนิดแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งเจ้าของต้องพิจารณาให้ดีๆ ในกรณีที่เราไม่ต้องการลูกสุนัขอยู่แล้ว แนะนำการผ่าตัดทำหมันไปเลยจะดีกว่า ส่วนในกรณีที่อยากให้สุนัขมีลูก แต่ในวงจรการเป็นสัดครั้งนี้ยังไม่สะดวกให้น้องหมาทำการผสมพันธุ์ อาจใช้วิธีแยกตัวผู้ตัวเมียออกจากกัน ถ้าไม่สามารถแยกได้จำเป็นต้องฉีดยาคุม ก็ให้เจ้าของรับทราบและสังเกตอาการข้างเคียงจากการฉีดยาคุมที่ได้กล้าวมาแล้วข้างต้นไว้ด้วยค่ะ

Blog ที่เนื้อหาคล้ายกัน

Leave a reply